วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

นกแก้วคาคาโป


นกแก้วคาคาโป (kakapo) จากสภาพแวดล้อมที่ไม่มีสัตว์นักล่าบนเกาะนิวซีแลนด์ ทำให้นกแก้วคาคาโปมีวิวัฒนาการเป็นนกแก้วชนิดเดียวในโลกที่บินไม่ได้ และยังครองสถิติอีกหลายอย่าง คือเป็นนกแก้วที่มีน้ำหนักมากที่สุดในโลก

ลักษณะ

นกแก้วคาคาโปตัวเต็มวัยมีลำตัวเป็นสีเขียวแต้มด้วยสีน้ำตาลและเหลือง ช่วยให้สามารถพรางตัวได้ดีบนผืนป่า แต่ในวัยอ่อนสีสันจะไม่สดใส และหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับนกฮูกมีสีออกน้ำตาล นกแก้วคาคาโปปีนต้นไม้ได้เก่ง

ขนาดโดยทั่วไป

มีขนาดตัวระหว่าง 59-64 เซนติเมตร และหนักถึง 4 กิโลกรัม

ที่อยู่อาศัย

ทำโพรงอยู่ใต้ดินเหมือนกระต่าย

แหล่งกำเนิด

ประเทศนิวซีแลนซ์

นกเลิฟเบริด์


นกเลิฟเบิร์ด ( Lovebird) เป็นสกุลของนกปากขอ หรือนกแก้วขนาดเล็กสกุลหนึ่ง ใช้ชื่อสกุลว่า Agapornis (มาจากภาษากรีกคำว่า αγάπη หมายถึง "รัก" และคำว่า όρνις หมายถึง "นก"
นกเลิฟเบิร์ดเป็นนกปากขอขนาดเล็ก ที่มีสีสันสดใส มีความยาวเต็มที่ประมาณ 5-6 นิ้ว โดยมีถิ่นกำเนิดในทวีปอัฟริกาฝั่งตะวันออก และเกาะมาดากัสการ์ซึ่งเป็นแถบที่อบอุ่นถึงค่อนข้างร้อน มีอายุขัยประมาณ 10-15 ปี นกเลิฟเบิร์ดมีพฤติกรรมอยู่รวมกันเป็นฝูง เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์และเลือกคู่ได้แล้วจะอยู่กับคู่ของตัวเองไปตราบจนตาย อันเป็นที่มาของชื่อสามัญ
นกเลิฟเบิร์ดก็เหมือนกับนกในอันดับนี้ส่วนใหญ่ ที่นิยมเลี้ยงกันเป็นสัตว์เลี้ยง ประวัติของการเลี้ยงนกเลิฟเบิร์ด ในสมัยแรกเริ่มคือช่วงปี ค.ศ. 1840นกเลิฟเบิร์ดถูกเรียกว่า "Little parrot" (นกแก้วเล็ก) ตามประวัติกล่าวว่าชาวแอฟริกันเป็นผู้นำเข้าไปแพร่หลายในทวีปยุโรป และด้วยเอกลักษณ์ของนกสกุลนี้ก็คือ ชอบอยู่เป็นคู่ และจะดูแลกันและกันเป็นอย่างดี จึงได้รับการเรียกขานว่านกเลิฟเบิร์ดในที่สุด
ต่อมา นกเลิฟเบิร์ดก็แพร่ขยายไปในสหรัฐอเมริกาในศตวรรษที่ 60 เมื่อมีการได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จึงเกิดการเพาะขยายพันธุ์อย่างกว้างขวางจนเกิดการกลายพันธุ์ เป็นสายพันธุ์ใหม่ ๆ ขึ้นมา จนในช่วงศตวรรษที่ 80 การเลี้ยงนกเลิฟเบิร์ดมีจุดมุ่งหมายก็เพื่อให้ได้สีสันใหม่ ๆ ที่สวยงามขึ้น และเป็นการพัฒนาสายพันธุ์ รวมทั้งมีการผสมกับนกสายพันธุ์อื่น ๆ อีกด้วยจนปัจจุบันนกเลิฟเบิร์ด ได้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่มนุษย์รู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี
        อย่างไรก็ดี ตามการเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง ได้มีการแบ่งนกเลิฟเบิร์ดออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มที่ไม่มีขอบตา และกลุ่มที่มีขอบตา ในประเทศไทยสามารถเพาะขยายพันธุ์นกเลิฟเบิร์ดได้ตลอดทั้งปี

นกแก้วไฮยาซิน




          นกแก้วไฮยาซิน(Hyacinthine Macaw)เป็นมาร์คอว์ที่ใหญ่และใหญ่ที่สุดในสายพันธุ์นกแก้วบินได้ในโลกนกแก้วมาคอร์ จัดเป็นนกในตระกูลปากขอที่มีขนาดใหญ่นิยมเลี้ยงกันมากหรือจะมากที่สุดก็ว่าได้ โดยเฉพาะมีสีสันที่สวยงาม สด ฉูดฉาด ใครพบเห็นจะหลงเสน่ห์แทบทั้งสิ้นในท่าทางที่สุดเชื่องและการพูดจาเลียนเสียงคนนั่นเอง

ลักษณะ
ลำตัวสีแดงสด ปีกและหางสีน้ำเงินเขียว แก้มสีขาวและส้ม เพศเมียจะมีขนาดเล็กกว่า สีแดงบนกระม่อนจะอ่อนกว่าตัวผู้ ราคาแพง
ขนาดโดยทั่วไป
ลำตัวยาประมาณ 36 นิ้ว
ที่อยู่อาศัย
ถ้าเป็นในป่าจะอยู่ในป่าทึบและถ้าคนนำมาเลี้ยงจะอยู่ในกรงสำหรับกรงเดี่ยวที่ขนาดของกรงควรมีขนาด สูง 3 ฟุต ยาวด้านละ 2 ฟุต
แหล่งกำเนิด
อยู่ในทวีปแอฟริกา

นกแก้วซันคอนัวร์



นกแก้วซันคอนัวร์ (SunConure) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของนกแก้ว นกแก้วซันคอนัวร์ พันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดคือ พาทาโกเนี่ยน และ นกแก้วซันคอนัวร์ พันธุ์ที่เล็กที่สุดคือ เพ้นท์เท็ต โดย นกคอนัวร์ เป็นนกที่รักความสงบและอยู่กันเป็นฝูงใหญ่

ลักษณะ

นิสัยเรียกร้องความสนใจ  เมื่อนกรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวแล้วในตอนเช้าเมื่อคุณตื่นแล้วคุณอาจได้ยินเสียงพองขน เล่นของเล่น หรือเสียงบ่นเบาๆ มาจากกรงของเจ้าคอนัวร์

การอาบน้ำ นกคอนัวร์ รักการอาบน้ำเป็นชีวิตจิตใจ เราควรอาบให้นกตอนเช้าด้วยน้ำอุ่น เพื่อให้ขนแห้งได้ทันเวลาที่นกจะเข้านอน

การขบฟัน นกจะขบฟันช่วงที่มันใกล้จะหลับ การขบฟันในนกถือเป็นเรื่องธรรมชาติของนก

 การเช็ดปาก หลังมื้ออาหารทุกมื้อ นกคอนัวร์ จะเช็ดปากของมันกับคอนที่มันเกาะ หรือแขนเสื้อของคุณขณะที่มันเกาะอยู่

กายกรรมแบบนก กิริยาที่ นกคอนัวร์ ทำคล้ายกับการบิดขี้เกียจ ยืดแข้งยืดขา ซึ่งถือเป็นปกติธรรมดาของนก

ขนาดโดยทั่วไป

มีความยาวประมาณ 8.5 นิ้ว

แหล่งกำเนิด

นกแก้วซันคอนัวร์มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบละตินอเมริกา จากเม็กซิโกลงมาถึงหมู่เกาะคาริบเบียนและชิลีใต้

การสังเกตุท่าทาง




 การฉีกกระดาษ
         โดยเฉพาะตัวเมีย จะชอบฉีกกระดาษหรือวัสดุอื่นเป็นริ้ว ๆ แล้วเสียบไว้ที่ใต้ขนบริเวณสะโพก เขาจะบินกลับไปที่กรงเพื่อทำรัง หรือไม่ก็เคี้ยวเล่น อย่าให้กระดาษหนังสือพิมพ์แก่นกเป็นอันขาด เพราะกระดาษเหล่านั้นมีหมึกพิมพ์ซึ่งเป็นอันตราย
 ขนเป็นปุย
        มีความหมายหลายอย่าง และอาจจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า นกกำลังป่วยหรือรู้สึกไม่สบายตัว
ร้อน หรือ เครียด
        ขนของนกพองขึ้นเล็กน้อย และหายใจโดยการเปิดปาก แสดงว่าเขาร้อนเกินไป
 โกรธ หรือ หวงที่
        เทำขนลีบ สาดสายตาไปมา และเข้าไปจิกผู้บุกรุก แสดงว่ากำลังไม่พอใจและโกรธบางสิ่งบางอย่าง
 ส่ายหัว
        นกมีอาการทำหัวกระตุกอย่างรวดเร็วจากซ้ายไปขวา แหสดงว่ากำลังไม่พอใจอะไรบางสิ่งรอบ ๆ ตัว
ใช้ปากรูดกับกรงหรือคอน
        นกกำลังทำความสะอาดจะงอยปาก การทำอย่างนี้จะได้ยินเหมือนเสียงโลหะกระทบกัน
 สะบัดขน
         เมื่อพองขนขึ้นสักพัก แล้วสลัดตัวประมาณ 3 ครั้ง คล้ายกับสุนัขสะบัดขนหลังอาบน้ำ แสดงว่าเขากำลังเหนื่อยและต้องการทำตัวให้กระปี้กระเปล่า
 หาว
        นกหาวเพราะเหตุผลเดียวกันกับคน เขาต้องการ oxygen มากขึ้น เขาจะหลับตา เปิดปากกว้างมากและหุบปากโดยไม่มีเสียงหาว ซึ่งเราจะเห็นได้บ่อยเมื่อนกมีอาการเคลิ้มหลับ
เตรียมตัวบิน
         จะมีอาการตื่นตัว ทำตัวลีบ โน้มตัวไปข้างหน้า ผงกหัวขึ้นลง 2-3 ครั้ง และมองอย่างจดจ่อไปยังจุดที่จะบินไป หลังจากนั้นก็จะบินขึ้นไป
ขับถ่าย
         จะเดินไปรอบ ๆ หรือ ถอยหลัง 2-3 ก้าว หมอบลงแล้วยกหางขึ้น แล้วจะถ่ายออกมา เมื่อเห็นอาการเช่นนี้ เรามีเวลาประมาณ 2 วินาที ที่จะนำเขาไปในที่ ๆ เหมาะสมสำหรับขับถ่าย นกเกือบทั้งหมดไม่สามารถฝึกในเรื่องการขับถ่ายได้
ยกหาง
       แสดงถึงความมั่นใจ
 หางตก
       กำลังป่วยหรือเสียใจ

อาหาร

อาหารทั่วไปสำหรับเลี้ยงนกแยกออกเป็นชนิดต่างๆได้ดังนี้ 

1. เมล็ดข้าวชนิดต่างๆ ซึ่งมีส่วนผสมของเมล็ดทานตะวัน, ข้าวโอ๊ท, ข้าวสาลี, เมล็ดกัญชา, เมล็ดข้าวโพด, ถั่วลิสง, และเมล็ดข้าวอื่นๆที่กระเทาะเปลือกแล้ว 

2. ผลไม้ต่างๆ เช่น แอ๊ปเปิ้ล, กล้วย, องุ่น, ส้ม และผมไม้มุกชนิด 

3. อาหารจำพวกผักสด เช่น หัวมันเทศ, หัวผักกาด, หัวแคร์รอท, ผักโขม, หรือผักจำพวกกระหล่ำปลี, และผักในสวนครัวชนิดอื่นๆ 

4. กระดองปลาหมึก, ทราย 

5. ไข่, และขนมปังทุกชนิด ซึ่งทำชึ้นจากข้าวชนิดต่างๆ